จนกระทั่งครั้งหนึ่ง ได้มีคนนำถั่วทอดของคุณยายทั้งสาม ไปถวายแด่ “หม่อมเจ้าวิภาวดีรังสิต” และทรงโปรดขนมถั่วทอดนี้มาก
จึงทำให้ถั่วทอดของร้านลอนศิลป ของสามสาวพี่น้องมีชื่อเสียงอย่างกว้างขวางตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา....
*** ภาพข้างบนเป็นภาพของคุณยายทั้งสามท่าน เจ้าของสูตรถั่วทอดลอนศิลป (จากซ้ายไปขวา)***
คุณยายจรูญ มังกร, คุณยายจำรัส มังกร, และคุณยายบุณทวน มังกร
ที่มาของชื่อ “ถั่วทอดลอนศิลป 200 ปี
คุณปรีชา ทรัพย์โสภา นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ได้แวะมาซื้อถั่วทอดที่ร้านลอนศิลป และได้สัมภาษณ์สามสาว
พี่น้องเจ้าของสูตรถั่วทอด ซึ่งในขณะนั้นอายุของคุณยายทั้งสามเมื่อนำมารวมกันแล้ว จะได้200 ปีกว่าๆ
โดยในขณะนั้น คุณยายจรูญ อายุ 75 ปี คุณยายจำรัส อายุ 73 ปี และคุณยายบุญทวน อายุ 70 ปี
คุณปรีชาจึงให้ชื่อขนมนี้ว่า “ถั่วทอด 200ปี” จึงเป็นชื่อใหม่ของถั่วทอดจากร้านลอนศิลป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
นอกจากนั้นแล้วยังได้เกียรติลงใน นสพ.ไทยรัฐ ฉบับ วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2530 ด้วย (รูปด้านล่าง)

จนกระทั่งต่อมาได้รับเกียรติให้เป็นส่วนหนึ่ง
ในคำขวัญของอำเภอศรีสำโรงในเวลาต่อมา คือ
ธรรมชาติสวยสม ถ้ำลมถ้ำวัง พระเครื่องดังลือชา
เมืองใบยาสุดยอด ถั่วทอดสองร้อยปี แดนคนดีศรีสำโรง
ในปี พ.ศ. 2530 : ถั่วทอดของคุณยายก็ได้รับการรับรองจากแม่ช้อย นางรำ ในการรับประกันคุณภาพ
ว่าได้ผ่านมาตรฐานของ “เปิบพิสดาร” เจ้าแรกเจ้าเดียวในจังหวัดสุโขทัย

***ภาพที่ถ่ายร่วมกับทีมงานเปิบพิสดารแม่ช้อยนางรำ
แถวล่าง จากซ้ายไปขวา : ครูแจ๋ว,คุณยายจำรัส และคุณสันติ เศวตวิมล (เปิบพิสดาร แม่ช้อย นางรำ)
รุ่นหลานสืบทอด สูตรต้นตำหรับ
จากการที่ครูแจ๋วได้ไปช่วยคุณยายทั้งสามทำขนมและช่วยงานตั้งแต่วัยเด็กอย่างสม่ำเสมอ คุณยายจึงรักและเอ็นดู
ครูแจ๋วเป็นอย่างมาก ท่านทั้งสามจึงมอบที่ดินผืนหนึ่งซึ่งติดกับร้านลอนศิลปเดิมให้กับครูแจ๋ว เพื่อให้มาสร้างบ้านอยู่ใกล้ๆกัน
(ปัจจุบันที่ดินผืนนั้นก็คือที่ตั้งของร้านถั่วทอดลอนศิลป 200ปี ของครูแจ๋วในปัจจุบันนี้นั่นเอง)
และต่อมาคุณยายจรูญได้เสียชีวิตลง เหลือแต่คุณยายจำรัส และคุณยายบุญทวน หลานที่แท้จริงของคุณยายจากกรุงเทพฯ
ก็ได้มารับท่านทั้งสองไปอยู่ด้วยกัน ร้านลอนศิลปของคุณยายทั้งสามจึงได้ปิดตัวลง เนื่องจากหลานของท่านไม่ประสงค์ที่จะสืบสานกิจการต่อ
และปัจจุบันคุณยายจำรัส และคุณยายบุญทวนก็ได้เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน
จึงเหลือแต่เพียงครูแจ๋วที่ได้รับการสอนวิชาในการทำถั่วทอดจากคุณยายทั้งสามมาโดยตลอด ครูแจ๋วจึงเป็นคนเดียวเท่านั้น
ที่จะทำการรักษาสูตรการทำถั่วทอดของคุณยายไม่ให้สูญหายไปได้ ครูแจ๋วจึงตัดสินใจที่จะสืบสานการทำถั่วทอดลอนศิลป 200ปีต่อไป

***ภาพบริเวณหน้าร้าน บนที่ดินที่คุณยายทั้งสามยกให้แก่ครูแจ๋ว ให้มาสร้างบ้านอยู่ใกล้ๆกัน
แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ร้านลอนศิลปเดิมซึ่งอยู่ติดกัน ได้ถูกรื้อไปแล้ว และที่ดินได้ถูกขายให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว
เหลือแต่เพียงป้ายของร้านลอนศิลปดั้งเดิม ซึ่งเป็นป้ายที่ใช้มาตั้งแต่สมัยคุณยายทั้งสามเปิดร้านอยู่

***ภาพของป้ายเก่าแก่ของ ร้านลอนศิลป ที่เป็นทั้งร้านตัดผม ร้านตัดเย็บผ้า และร้านทำขนมถั่วทอดขายของแท้ดั้งเดิม...
คำว่า "ลอนศิลป" (ลอน-สิน) ดั้งเดิมจะไม่มีเครื่องหมายการันต์ ซึ่งครูแจ๋วก็ใช้ตามป้ายนี้มาโดยตลอด

ฉลากสินค้า : ถั่วทอดลอนศิลป (๒๐๐ปี) ปรับปรุงใหม่
ในปัจจุบัน ถั่วทอดลอนศิลป จะมีการผลิตออกมาจำหน่ายจากหลายร้าน
ซึ่งถ้าลูกค้าต้องการรับประทาน ถั่วทอดลอนศิลป (๒๐๐ปี) ในรสชาติดั้งเดิม
ต้องถามหา ถั่วทอดจากร้าน "ครูแจ๋ว" เท่านั้น ....
ซึ่งมีร้านจำหน่าย ใน อ.ศรีสำโรง อยู่ 2 แห่ง คืือ
ร้านดั้งเดิม: ตั้งอยู่ใกล้ ธ.กรุงไทย (สาขาศรีสำโรง) และร้านใหม่ :ตั้งอยู่ตรงข้าม ร.ร.อนุบาลศรีสำโรง
แผนที่ร้าน
ในส่วนของร้านลอนศิลป สาขา1, สาขา2 ไม่ใช่ร้านของ "ครูแจ๋ว"
ดังนั้น ถั่วทอดจากร้านลอนศิลป ในชื่อสาขาต่างๆ
จึงไม่ใช่ถั่วทอดที่ผลิตจากร้านของ "ครูแจ๋ว" นะคะ